วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2558

บันทึกการเรียนประจำ วันศุกร์ ที่ 6 เดือนมีนาคม พ.ศ.2558

บันทึกครั้งที่ 8

ความรู้ที่ได้รับ



*เพื่อน เลขที่ 19 นำเสนอบทความ*

เรื่อง ทำไมสอนคณิตศาสตร์ให้กับด็กปฐมวัย ความรู้ที่ได้ คือ... เพราะเด็กช่วงอายุ 0-3 ใช้สมองซีกขวาทำงานได้ดี สามารถแยกจำนวนได้ รับรู้สิ่งต่างรอบตัว และบันทึกความจำระยะยาวอีกด้วย ประโยชน์ของการเรียนคณิตนั้น จะทำให้มีการเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องพยาม 

และกระตุ้นสมองซีกขวาของเด็กได้ดี



*เพื่อน เลขที่ 20 นำเสนอบทความ*

เรื่อง คณิตศาสตร์เรียนอย่างไรให้สนุก ความรู้ที่ได้ คือ..การมีกิจกรรมให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติ โดยใช้เทคนิค ไม่ว่าจะเป็น เพลง สื่อ และ เกม โดยวิธีการสอนนั้น 1.ให้เวลา 15 นาทีก่อนเรียนให้เด็กมีโอกาสทำการบ้าน กรณีที่เด็กทำไม่เสร็จ เนื่องจากเด็กอาจมีปัญหา อาจจะไม่มีคนสอน ครูก็จะสามารถบอกหรือสอนด็กในเวล15 นาที ที่ทำแบบนี้เพื่อสร้างทัศนคติในวิชาคณิตศาสตร์กับเด็ก 2. ครูไม่ใช้เครื่องหมาย กากบาทกับเด็ก ไม่ตราหน้าเด็ก เพื่อให้เด็กไม่รู้สึกเกลียด หรือไม่ชอบในวิชานี้นั้นเอง


*การนำเสนอ รูปแบบการจัดประสบการณ์*

รูปแบบการจัดประสบการณ์แบบโครงการ 
เป็นการสอนแบบให้ความสำคัญกับเด็กส่งเสริมให้เด็กแสวงหาคำตอบจากการเรียนเรื่องใดเรื่องหนึ่งเพื่อสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองโดยที่เด็กหรือครูร่วมกันกำหนดเรื่องที่ต้องการเรียนรู้แล้วแสวงหาความรู้ด้วยกระบวนการแก็ปัญหาโดยครูเป็นผู้อำนวยความสะดวก
มีกิจกรรมหลักในโครงการ 4 กิจกรรม คือ 1.การสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในชั้นเรียน  2.ทัศนศึกษา 3.สืบค้น 4.นำเสนอผลงาน
การเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน   จะมีพื้นฐาน 3ข้อ ของการเรียนรู้ คือ 
1.การทำให้เด็กเกิดการตื่นตัวผ่อนคลาย  ก็คือการสร้างบรรยากาศให้เด็กไม่รู้สึกเหมือนถูกกดดัน แต่มีความท้าทายชวนให้ค้นคว้าหาคำตอบ
2.การทำให้เด็กจดจ่อในสิ่งเดียวกัน  ต้องมีการใช้สื่อหลายๆรูปแบบ รวมทั้งการยกปรากฏการณ์จริงมาเป็นตัวอย่างและมีการเปรียบเทียบให้เห็นภาพ มีการเชื่อมโยงความรู้หลายๆอย่าง
3.ทำให้เกิดความรู้จากการกระทำด้วยตนเอง ให้เด็กลงมือทดลอง ประดิษฐ์หรือได้เล่าประสบการณืจริงที่เกี่ยวข้อง

รูปแบบการจัดประสบการณ์แบบSTEM 
จะเน้นให้เด็กแก้ปัญหาโดยใช้องค์ความรู้และทักษะกระบวนการต่างๆมาสร้างสรรค์ออกแบบผลงานหรือออกแบบวิธีการภายใต้ข้อจำกัดหรือเงื่อนไขที่กำหนดโดยจะมีรายละเอียดที่ปรับเพื่อให้สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็กในช่วงวัย

การจัดการเรียนรู้แบบมอนเตสเซอรี่
ความสำคัญจะอยู่ที่อุปกรณ์การสอนหรือการเรียนรู้ ให้เด็กได้สัมผัสด้วยมือของตนเอง อุปกรณ์จะเป็นองค์ประกอบหลักของกิจกรรมที่ทำให้เด็กเรียนรู้และแก้ไขให้ถูกต้องด้วยตนเอง จะเน้นการเรียนรู้เป็นลำดับขั้นตอนที่ไม่ต้องการให้เด็กลองผิดลองถูก แต่จะสร้างสมาธิ ความมั่นใจ และความสำเร็จในการเรียนให้กับเด็ก

การเรียนรู้แบบบูรณาการ ด้วย Storyline  Approach
เป็นการจัดกิจกรรมแบบบูรณาการ ซึ่งมีความหลากหลายทั้งรูปแบบ ความยากง่าย ผู้เรียนสามารถแสดงความสามารถตามศักยภาพของตนเองเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้พัฒนาวุฒิภาวะและทักษะทางสังคม  ลักษณะของการเรียนมีหลายรูปแบบตั้งแต่เรียนเดี่ยว เรียนเป็นคู่ เรียนกลุ่ม หรือเรียนพร้อมกันทั้งชั้นเรียน

*เนื้อเพลงเกี่ยวกับคณิตศาสตร์*


    บวก    บ้านฉันมีแก้วน้ำสี่ใบ  ครูให้อีกสามใบนะเธอ
                        มารวมกันนับดีๆซิเออ  ดูซิเธอรวมกันได้เจ็ดใบ

                             ลบ      บ้านฉันมีแก้วน้ำเจ็ดใบ  หายไปสามใบนะเธอ
                                                       ฉันหาแก้วแล้วไม่เจอ  ดูซิเออเหลือเพียงแค่สี่ใบ

เท่ากัน-ไม่เท่ากัน

ช้างมีสี่ขา  ม้ามีสี่ขา
คนเรานั้นหนา  สองขา ต่างกัน
ช้าง ม้า มี   สี่ขาเท่ากัน  (ซ้ำ)
แต่กับคนนั้น  ไม่เท่ากันเอย


*เทคนิค*

การจัดกลุ่ม

กำหนด 
ให้นักเรียน เลขที่ 1-5 กลุ่มสตอเบอรี่
เลขที่ 6-10 กลุ่มเชอรี่
เลขที่ 11-15 กลุ่มแอปเปิ้ล
เลขที่ 16-20 กลุ่มลิ้นจี่
เลขที่ 21-25 กลุ่มมะม่วง


ทักษะ

*ลงมือกระทำและวิเคราะห์โดยคำถามจากอาจารย์ผู้สอน*
*การร้องเพลง*
*ทำกิจกรรม เช็คเวลาที่เข้าเรียน*
*นำเสนองานในรูปแบบ Power point



วิธีการสอน

-ใช้การบรรยายประกอบ Power point
-ใช้คำถามในการสอน
-มีการระดมความคิดร่วมกับนักศึกษา
-การแนะนำ
-การยกตัวอย่าง
-การร้องเพลง
-การมีกิจกรรม
-การลงมือปฏิบัติและให้นักศึกษาวิเคราะห์โดยใช้คำถาม
-การประเมิน การนำเสนอผลงานของนักศึกษา

การประเมิน

*ห้องเรียน*
   อุปกรณ์ในห้องสะดวกต่อการใช้งาน 

*ตัวเอง*
   มาเรียนตรงต่อเวลา แต่งกายสุภาพเรียบร้อย พูดจาสุภาพ ต้องใจฟังอาจารย์ผู้สอน  มีส่วนร่วมในการตอบคำถามที่อาจารย์ถาม  และสนใจกับกิจกรรมที่ทำ มีสมาธิในการเรียน มีการนำเสนองาน เรื่อง การจัดเรียนการสอนแบบมอนเตสซอรี่ รู้สึกเหมือนว่ามีการเตรียมความพร้อมไม่ค่อยโอเคหนัก และมีข้อบกหพร่องพอสมควร ในเรื่องของเนื้อหา เอกสารประกอบ และการนำเสนอ แต่ก็พยายามนำเสนอให้เพื่อนๆเข้าใจให้ดีที่สุด

*เพื่อนในห้องเรียน*
  เพื่อนมีส่วนร่วมในการระดมความคิดและวิเคราะห์ช่วยกันเป็นอย่างดี แต่เพื่อนบางกลุ่มคุยกันเสียงดังอยู่บ้างเป็นระยะๆ  และมีความบกพร่องเรื่องเนื้อหาในการนำเสนอ ทำให้ไม่ค่อยเข้าใจมากหนัก

*อาจารย์ผู้สอน*
  เข้าสอนตรงต่อเวลา แต่งกายสุภาพ พูดจาไพเราะ ยิ้มแย้มแจ่มใส สร้างบรรยากาศในห้องเรียนให้น่าเรียนด้วยเสียงหัวเราะ มีเพลงให้ร้อง มีกิจกรรมให้ทำ มีคำแนะนำและการประเมินทุกครั้งเมื่อนักศึกษาออกมานำเสนองาน ว่ามีสิ่งที่ควรแก้ไขอย่างไร มีคำถามเสมอ และมีการยกตัวอย่างให้เห็นได้ชัดเจน เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจในเนื้อหามากขึ้น มีการระดมความคิดและวิเคราะห์ร่วมกันกับนักศึกษา มีกิจกรรมสนุกๆมาให้นักศึกษาได้ทำและสอดแทรกในเนื้อหาที่เรียน เพื่อให้การเรียนไม่น่าเบื่อ มีการเตรียมเนื้อมาสอนเป็นระบบแบบแผน เข้าใจง่าย และสั่งงานได้อย่างเข้าใจ

วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บันทึกการเรียนประจำ วันศุกร์ ที่ 20 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2558

บันทึกครั้งที่ 7

ความรู้ที่ได้รับ



*เพื่อน เลขที่ 16 นำเสนอโทรทัศน์ครู*

เรื่อง ผลไม้แสนสุข ความรู้ที่ได้ คือ... ซึ่งเป็นการสอนแบบบูรณาการ ซึ่งจะให้เด็กได้ชิมรสชาติของผลไม้ ได้เรียนรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ มีกิจกรรมเคลื่อนไหวด้วยการใช้คำคล้องจอง ได้เรื่องของร่างกายและภาษา และการไปทัศนศึกษาที่ตลาด เด็กจะได้เรียนรู้เรื่องมารยาททาสังคม และเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง ราคา การนับ การวัด เพราะเด็กได้ลงมือซื้อของกับแม่ค้าโดยตรง


*เพื่อน เลขที่ 17 นำเสนอโทรทัศน์ครู*

เรื่อง ประสาทสัมผัสทัง 5 ความรู้ที่ได้ คือ....
ประสาทสัมผัสที้ง 5 ก็จะมี หู ตา จมูก ผิวกาย และลิ้น มีการจัดกิจกรรมให้เด็กทำทั้ง 5 ด้าน
1.การฟัง ใช้สื่อการสอนโดย กระบอกเสียง เรียนรู้เรื่อง การฟังเสียง สูง-ต่ำ
2.การมอง การใช้กระบอกไม้ ซึ่งมีขนาดแตกต่างกัน เพื่อให้เด็กเรียนรู้คณิตศาสตร์ในด้านขนาด
3.การดมกลิ่น มีกลิ่นต่างๆมาให้เด็กได้ดม เด็กจะได้เรื่องของ ปริมาณ กลิ่นหอมมาก-หอมน้อย
4.การใช้มือ ใช้ผ้าปิดตา และให้เด็กใช้มือสัมผัส พื้นผิววัตถุ เด็กจะได้เรียนรู้เรื่อง ความหนาแน่นของพื้นผิว 
5.การชิม โดยการให้เด็กได้ชิม น้ำผึ้ง น้ำมะนาว เด็กจะเรียนรู้เรื่องของปริมาณ คามหวาน ความเปรี้ยว มาก-น้อย
       ซึ่งการเรียนรู้ของเรื่องการใช้ประสาทสัมผัส ทั้ง 5 
        จะเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับเด็กในขั้นสูงต่อไป


*เพื่อนๆนำเสนอ กิจกรรมตามมาตรฐานการเรียนรู้*

สิ่งที่ได้
1.วัชรี นำเสนอ เรื่องของ รูปทรง โดยการใช้สื่อไม้ ทำเป็นบล็อกหยอดรู   
2. รัชดา นำเสนอ เรื่องของ การชั่งตวง เล่นผ่านเครื่องชั่งสองแขน ที่มีไม้บล็อกขนาดต่างกัน 
3. ภัทรวรรณ นำเสนอ เรื่องของ รูปทรง โดยการใช้ใข่ต่างๆ เป็นสื่อในการสอน มารวมกันให้เด็กได้แยกประเภท ดูรูปทรง ขนาด ได้อีกด้วย
4. เปมิกา นำเสนอ เรื่องของ รูปร่าง โดยการใช้เกมการศึกษา โดยมีรูป สามหลี่ยม สี่เหลี่ยม วงกลม เป็นต้น มาให้เด็กได้ต่อเป็นรูปดังกล่าว


*ดูบรรยาศในห้องเรียน* 

ดูห้องเรียนแบบมอนเตสซอรี่ ซึ่งจะเห็นได้ว่าห้องเรียนแบบนี้ เน้น ประสบการณ์การเล่นในเรื่องของ คณิตศาสตร์และภาษา สังเกตจากสื่อที่สามารถตรวจสอบได้

*รูปแแบบการจัดประสบการณ์ สำหรับเด็กปฐมวัย*

มี 6 รุปแบบ
1.แบบบูรณาการ
2.แบบโครงการ
3.แบบสมองเป็นฐาน
4.แบบ STEM
5.แบบมอนเตสซอรี่
6.แบบเดินเรื่อง

*เนื้อเพลง นับนิ้วมือ*

นี่คือนิ้วมือของฉัน   มือฉันนั้นมีสิบนิ้ว
มือซ้ายฉันมีห้านิ้ว   มือขวาก็มีห้านิ้ว
นับ1 2 3 4 5    นับต่อมา6 7 8 9 10
นับนิ้วนั้นจงอย่ารีบ  นับ 1 ถึง 10 จำให้ขึ้นใจ


*เทคนิค*


ทักษะ

*ทำแบบทดสอบก่อนเรียน*
   โดยการตอบปากเปล่า
*ตอบคำถาม ในเนื้อหาที่เรียน โดยการระดมความคิด*
*ลงมือกระทำและวิเคราะห์โดยคำถามจากอาจารย์ผู้สอน*
*การร้องเพลง*
*ทำกิจกรรม เช็คเวลาที่เข้าเรียน*
*ทำกิจกรรม แผนผังความคิดในเรื่อง สาระที่ควรรู้ ในหลักสูตรปฐมวัย




วิธีการสอน

-ใช้การบรรยายประกอบ Power point
-ใช้คำถามในการสอน
-มีการระดมความคิดร่วมกับนักศึกษา
-การแนะนำ
-การยกตัวอย่าง
-การร้องเพลง
-การมีกิจกรรม
-การลงมือปฏิบัติและให้นักศึกษาวิเคราะห์โดยใช้คำถาม

การประเมิน

*ห้องเรียน*
   อุปกรณ์ในห้องสะดวกต่อการใช้งาน 

*ตัวเอง*
   มาเรียนตรงต่อเวลา แต่งกายสุภาพเรียบร้อย พูดจาสุภาพ ต้องใจฟังอาจารย์ผู้สอน  มีส่วนร่วมในการตอบคำถามที่อาจารย์ถาม  และสนใจกับกิจกรรมที่ทำ มีสมาธิในการเรียน

*เพื่อนในห้องเรียน*
  เพื่อนมีส่วนร่วมในการระดมความคิดและวิเคราะห์ช่วยกันเป็นอย่างดี แต่เพื่อนบางกลุ่มคุยกันเสียงดังอยู่บ้างเป็นระยะๆ  และบางคนแต่งกายไม่สุภาพ คือ ใส่ชุดพละมาบ้าง ส่วนเพื่อนที่นำเสนอโทรทัศน์ครู นำเสนอได้อย่งเข้าใจ

*อาจารย์ผู้สอน*
  เข้าสอนตรงต่อเวลา แต่งกายสุภาพ พูดจาไพเราะ ยิ้มแย้มแจ่มใส สร้างบรรยากาศในห้องเรียนให้น่าเรียนด้วยเสียงหัวเราะ มีเพลงให้ร้อง มีกิจกรรมให้ทำ มีคำแนะนำทุกครั้งเมื่อนักศึกษาออกมานำเสนองาน ว่ามีสิ่งที่ควรแก้ไขอย่างไร มีคำถามเสมอ และมีการยกตัวอย่างให้เห็นได้ชัดเจน เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจในเนื้อหามากขึ้น มีการระดมความคิดและวิเคราะห์ร่วมกันกับนักศึกษา มีกิจกรรมสนุกๆมาให้นักศึกษาได้ทำและสอดแทรกในเนื้อหาที่เรียน เพื่อให้การเรียนไม่น่าเบื่อ มีการเตรียมเนื้อมาสอนเป็นระบบแบบแผน เข้าใจง่าย



คำท้ายชวนคิด

ถ้าเด็กไม่ชอบคณิตศาสตร์จะมีผลกระทบอย่างไรบ้าง...?

ตอบ มีผลกระทบอย่างแน่นอนในอนาคต เด็กจะมีอคติในวิชาคณิตศาสตร์และเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับคณิตศาสตร์ การดำรงชีวิต การประกอบอาชีพ  การเรียนต่อในระดับสูง เด็กจะแก้ไขปัญหาไม่ได้ และใช้เหตุผลไม่เป็น ในการดำรงชีวิตในชีวิตประวันเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่





วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บันทึกการเรียนประจำ วันศุกร์ ที่ 13 เดือนกุมภาพัธ์ พ.ศ.2558

บันทึกครั้งที่ 6

ความรู้ที่ได้รับ



*เพื่อน เลขที่ 15 นำเสนองานวิจัย*

ชื่องานวิจัยว่า กิจกรรมการเล่นแบบไทย เพื่อพัฒนาด้านมโนทัศน์ทางคณิตศาสตร์ สิ่งที่ได้รับเมื่อเพื่อนนำเสนอ คือ การนำเอาการละเล่นแบบไทย เช่น เกมขี่ม้าก้านกล้วย และ รีรีเข้าสาร นำมาสอนและสอดแทรกคณิตฯ เข้าไปด้วย จะสามารถสร้างโนทัศน์ให้กับเด็กได้ คือ เรื่องของ จำนวน 1-30 การนับ การเปรียนเทียบ จำนวนคู่และจำนวนคี่

*เทคนิคการจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์*

ได้แก่
1.เพลง
2.เกม
3.ปริศนาคำท้าย
4.นิทาน
5.คำคล้องจอง
6.บทบาทสมมติ
7.แผนภูมิภาพ
8.สื่อในท้องถิ่น
9.การเล่นแบบไท


*เพื่อนๆนำเสนอ กิจกรรมตามมาตรฐานการเรียนรู้*

สิ่งที่ได้
1.ยุภา นำเสนอ เรื่องของ รูปทรง โดยการใช้สื่อกระดาษ ให้นำมาต่อเป็นรูปสามเหลี่ยม   
2. กมลรัตน์ นำเสนอ เรื่องของ เงิน โดยการนำเอาบทบาทสมมติให้เด็กได้เล่นตามมุม ค้าขาย
3. ศุทธินี นำเสนอ เรื่องของ เวลา โดยการใช้สัญลักษณ์เป็นสื่อในการสอน
4. ปรางชมพู นำเสนอ เรื่องของ การจัดประเภท โดยการนำเอาของที่เหลือใช้มาเป็นสื่อ ให้เด็กได้แยกประเภท
5. ประภัสสร นำเสนอ เรื่องของ ตำแหน่ง โดย การติดชื่อไว้ในตำแหน่งที่นั่งของเด็ก 


*เนื้อเพลงที่ร่วมกันแต่งกับเพื่อนๆและอาจารย์ผู้สอน*

ไข่ 2 ฟอง กลอง 2 ใบ ไก่ 2 ตัว วัว 2 เขา 
เกาเหลา 2 ชาม นับไปนับมา  2 อย่างหมดเลย 

*สอนในเรื่องการรู้ค่าของจำนวน 2*

ทักษะ

*ทำแบบทดสอบก่อนเรียน*
*ตอบคำถาม ในเนื้อหาที่เรียน*
*ระดมความคิด*
      ในการแต่งเพลง 
*ทำกิจกรรม สถานที่ท่องเที่ยวที่นักศึกษาจะไปในวัน Valentines*
   กิจกรรมนี้สามารถสอนเรื่อง การสำรวจ จำนวน และมีส่วนร่วมในการเสนอในรูปแบบแผนภูมิอย่างง่าย และยังสอนให้เด็กได้เรียนรู้ เกี่ยวกับกิจวัตรประวันอีกด้วย
*การร้องเพลงและแต่งพลง*

*ทำกิจกรรม การต่อรูปทรง และวาดรูปทรงในตาราง*
*การนำเสนอ งานวิจัย*
*การนำเสนอกิจกรรมตามมาตรฐานการเรียนรู้*


วิธีการสอน

-ใช้การบรรยายประกอบ Power point
-ใช้คำถามในการสอน
-มีการระดมความคิดร่วมกับนักศึกษา
-การแนะนำ
-การยกตัวอย่าง
-การร้องเพลง
-การมีกิจกรรม

การประเมิน

*ห้องเรียน*
   อุปกรณ์ในห้องสะดวกต่อการใช้งาน 

*ตัวเอง*
   มาเรียนตรงต่อเวลา แต่งกายสุภาพเรียบร้อย พูดจาสุภาพ ต้องใจฟัง อาจารย์ผู้สอน และเพื่อนๆที่ออกไปนำเสนองาน มีส่วนร่วมในการตอบคำถามที่อาจารย์ถาม   มีความพร้อมในการเตรียมตัวที่ดี ก่อนมานำเสนองานวิจัย สนุกสนานในกิจกรรมที่เรียน 

*เพื่อนในห้องเรียน*
  เพื่อนมีส่วนร่วมในการระดมความคิดช่วยกันได้ดี แต่เพื่อนบางกลุ่มคุยกันเสียงดัง หรือบางที่ไม่ตั้งใจฟังเมื่อเพื่อนนำเสนองาน  และการแต่งกายไม่สุภาพ

*อาจารย์ผู้สอน*
  เข้าสอนตรงต่อเวลา แต่งกายสุภาพ พูดจาไพเราะ ยิ้มแย้มแจ่มใส สร้างบรรยากาศในห้องเรียนให้น่าเรียนด้วยเสียงหัวเราะ มีคำแนะนำทุกครั้งเมื่อนักศึกษาออกมานำเสนองาน ว่ามีสิ่งที่ควรแก้ไขอย่างไร และมีการยกตัวอย่างให้เห็นได้ชัดเจน เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจในเนื้อหามากขึ้น มีการระดมความคิดร่วมกันกับนักศึกษา มีกิจกรรมสนุกๆมาให้นักศึกษาได้ทำและสอดแทรกในเนื้อหาที่เรียน เพื่อให้การเรียนไม่น่าเบื่อ






วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บันทึกการเรียนประจำ วันศุกร์ ที่ 6 เดือนกุมภาพัธ์ พ.ศ.2558

บันทึกครั้งที่ 5

ความรู้ที่ได้รับ



*เพื่อน เลขที่11 นำเสนอบทความ*

ชื่อบทความว่า การจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย ซึ่งสิ่งที่ได้ในบทความนี้ คือ เป้าหมายหลัก คือช่วยให้เด็กได้มีพัฒนาการคิด ความรู้พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ และการหาคำตอบด้วยตัวของเด็กเอง


*มาตรฐาน คือ?....*

คือ เกณฑ์อย่างต่ำ ที่ใช้วัดพฤติกรรมของตัวเด็ก ว่ามีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานหรือไหม


*มาตรฐานมีประโยชน์อย่างไร*

รู้จักคุณภาพของผู้เรีนย ว่ามีมาตรฐานมากน้อยแค่ไหน


*เด็กปฐมวัยเรียนอะไรในคณิตศาสตร์*

นื้อหา/ทักษะทางคณิตศาสตร์ เพื่อเตรียมความพร้อมไปสู่ระดับประถมศึกษา



*สาระและมาตรฐานการเรียนรู้สู่การปฏิบัติในชั้นเรียน*

ซึ่งมี 6 สาระด้วยกัน
สาระที่1.จำนวนและการดำเนินการ
เข้าใจพื้นฐานการนับ จำนวน การเปรียบเทียบ คำศัพท์และสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์
สาระที่2.การวัด 
เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับ ความยาว น้ำหนัก เงินและ เวลา 
สาระที่3.เรขาคณิต
รู้จัก บอก ตำแหน่ง ทิศทาง และระยะทางได้
สาระที่4.พีชคณิต
เข้าใจ แม่แบบและความสัมพันธ์ 
สาระที่5.การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น
เข้าใจในการนำเสนอในรูปแบบแผนภูมิอย่างง่าย
สาระที่6.ทักษะและกระบวนการทางคณิต
รู้จักใช้เหตุผล ในการแก้ปัญหา 

*คุณภาพของเด็ก เมื่อเรียนคณิตศาสตร์*

1.มีความคิดเชิงคณิตฯ ในสาระที่1
2.มีความรู้พื้นฐาน ในสาระที่2
3.มีความรู้ ความเข้าใจพื้นฐาน ในสาระที่3
4.มีความเข้าใจในรูปแบบ ในสาระที่4
5.มีส่วนร่วมในข้อมูล ในรูปแผนภูมิอย่างง่าย ในสาระที่5
6.ทักษะ และกระบวนการในการใช้ในชีวิตประวัน ในสาระที่6

*เพลงจัดแถว*

สองมือเราชูตรง แล้วเอาลงมาเสมอกับบ่า
ต่อไปย้ายมาข้างหน้า แล้วเอาลงมาอยู่ในท่ายื่นตรง

ยื่นให้ตัวตรง ก้มหัวลงตบมือแผละ
แขนซ้ายอยู่ไหน หันตัวไปทางนั้นแหละ
ยื่นให้ตัวตรง ก้มหัวลงตบมือแผละ
แขนขวาอยู่ไหน หันตัวไปทางนั้นแหละ


ทักษะ

*ทำแบบทดสอบก่อนเรียน*
*ตอบคำถาม ในเนื้อหาที่เรียน*
*ระดมความคิด* 
*ทำกิจกรรมเช็คชื่อเข้าเรียน*
   สามารถเช็คชื่อนักเรียนที่มาเรียนได้ แล้วนำมาสอนให้สอดคล้องกับคณิตศาสตร์ ในเรื่องการนับ เวลา ได้อีกด้วย
*การร้องเพลง*



วิธีการสอน

-ใช้การบรรยายประกอบ Power point
-ใช้คำถามในการสอน
-มีการระดมความคิดร่วมกับนักศึกษา
-การแนะนำ
-การยกตัวอย่าง
-การร้องเพลง


การประเมิน

*ห้องเรียน*
   อุปกรณ์ในห้องสะดวกต่อการใช้งาน 

*ตัวเอง*
   มาเรียนตรงต่อเวลา แต่งกายสุภาพเรียบร้อย พูดจาสุภาพ ต้องใจฟัง มีส่วนร่วมในการตอบคำถามที่อาจารย์ถาม  เข้าใจในเนื้อหา สามารถอธิบายและตอบอาจารย์ได้ รู้สึกง่วงแต่สามารถควบคุมตนเองได้ ในการเรียน 

*เพื่อนในห้องเรียน*
  เพื่อนมีส่วนร่วมในการตอบคำถามและวิเคราะห์คำตอบช่วยกันเป็นอย่างดี เพื่อนมาสายบางส่วน ทำให้การเรียนล่าช้า  และการแต่งกายไม่สุภาพ

*อาจารย์ผู้สอน*
  เข้าสอนตรงต่อเวลา แต่งกายสุภาพ พูดจาไพเราะ ยิ้มแย้มแจ่มใส สร้างบรรยากาศในห้องเรียนให้น่าเรียนด้วยเสียงหัวเราะ ให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการเรียน เช่น การตอบคำถาม และเมื่ออาจารย์สอน จะยกตัวอย่างที่ทำให้นักศึกษาเข้าใจง่ายในเรื่องที่เรียน แก้สถานะการณ์
ในการสอนได้ดี ในเรื่อง การทำแบบทดสอบก่อนเรียน ให้เด็กได้มีเวลาพัก 10 นาที ทำให้เด็กไม่ตรึงเครียดในการเรียน




วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2558

บันทึกการเรียนประจำ วันพุธ ที่ 28 เดือนมกราคม พ.ศ.2558

บันทึกครั้งที่ 4

ความรู้ที่ได้รับ



*ทบทวนพัฒนาการ*


ทฤษฎีเพียเจต์

ขั้นที่1 เด็กเรียนรู้จากประสาทสัมผัสทั้ง 5
ขั้นที่2 เด็กเริ่มใช้ภาษามากขึ้นและมีเหตุผล 



ทฤษฎีบรูเนอร์

1.ขั้นการกระทำ--->จากประสาทสัมผัสทั้ง 5
2.ขั้นความคิด--->สร้างมโนภาพในใจได้ 
3.ขั้นสัญลักษณ์และนามประธรรม--->ใช้เหตุผลได้ และมีรับรู้สิ่งที่ซับซ้อนได้มากขึ้น

ทฤษฎีไวกอตสกี้

1.เด็กต้องการกระบวนการสนับสนุน และเพิ่มพูนพัฒนาการทำให้พัฒนาการเกิดการเปลี่ยนแปลงจากภายใน เด็กจะมีความคิดที่อยากจะทำเอง โดยไม่ใช้คำสั่งของคนอื่น และการสนับสนุนนั้นจากสภาพแวดล้อมและเพื่อน 
2.เด็กต้องการความช่วยเหลือจากผู้อื่น และการสื่อสารจากผู้ปกครองและคุณครู ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญ จะต้องมีปฏิสัมพันธ์กับเด็กบ่อยๆ

*คุณลักษณะตามเด็กปฐมวัย*

คือ พฤติกรรมตามวัย ซึ่งมีพัฒนาการเป็นไปตามธรรมชาติทั้ง 4 ด้าน



*ทฤษฎีเพียเจต์กับความรู้คณิตศาสตร์*


1.ด้านกายภาพ--->ความรู้ที่เกิดจากภายนอกโดยตรง 
2.ด้านเหตุผล--->ความรู้ที่เกิดจากภายในเชื่อมโยงกับทฤษฎีโดยการลงมือปฏิบัติซึ่งเป็นผลสะท้อน เด็กต้องปฏิบัติบ่อย จากกิจกรรมเพื่อเชื่อมโยงหาข้อเท็จจริง 



*จุดมุ่งหมายของการสอนคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัย*


1.เพื่อให้เด็กเข้าใจพื้นฐานคณิตศาสตร์ รู้จักคำศัพท์ 
เช่น เวลา รูปทรง ขนาด เป็นต้น
2.พัฒนาการคิดมโนภาพ 
เช่น การบวก-->ทำให้เพิ่มขึ้น การลบ-->ทำให้น้อยลง
3.รู้จักขั้นตอนในการหาคำตอบ
4.ฝึกฝนคณิตศาสตร์พื้นฐาน
5.มีความรู้ ความเข้าใจ ค้นหาคำตอบด้วยตนเอง
               

*ทักษะพื้นฐานของคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย*


1.การสังเกต
2.การจำแนกประเภท-->หาเกณฑ์หรือสร้างเกณฑ์ในการจำแนก เกณฑ์ที่ใช้ต้องใช้เกณฑ์เดียว
3.การเปรีบยเทียบ-->ต้องหาความสัมพัธ์ของวัตถุสองสิ่งขึ้นไป และเด็กต้องรู้จักคำศัพท์ที่ใช้ เช่น มากกว่า น้อยกว่า เท่ากัน เป็นต้น
4.การเรียงลำดับ-->จะต้องเปรียบเทียบแล้วนำมาจัดลำดับ เช่น น้อยไปหามาก ใหญ่กลางเล็ก จัดลำดับวัตถุและเหตุการณ์
5.การวัด-->จะต้องใช้ความสัมพันธ์ความสามารถและการอนุรักษ์ เช่น การวัดอุณหภูมิ เวลา ระยะทาง ความยาว น้ำหนักเป็นต้น ซึ่งเครื่องมื่อที่ใช้ในการวัดนั้นจะต้องไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน
6.การนับ-->เด็กชอบนับแบบท่องจำหรือปากเปล่า ซึ่งไม่มีความหมาย จะมีความหมายก็ต่อเมื่อเชื่อมโยงกับเรื่องในชีวิตประจำวัน หรือมีจุดมุ่งหมาย
7.รูปทรงและขนาด-->เด็กส่วนใหญ่จะมีความรู้เกี่ยวกับรูปทรงและขนาดก่อนเข้าเรียน เพราะเด็กมีประสบการณ์เดิมจากการมองเห็นสิ่งต่างๆรอบตัว

*หลักการสอนคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย*

1.สอนให้สอดคล้องในชีวิตประจำวัน
2.เปิดโอกาสให้ค้นพบด้วยตนเอง
3.ครูจะต้องมีการวางแผนที่ดี
4.เอาใจใส่กับพ้ฒนาการของเด็ก



*คำศัพท์คณิตศาสตร์*


ตัวเลข                     ขนาด                             รูปทรง
     ที่ตั้ง                        ค่าของเงิน                     ความเร็ว

*เพลง*

ตื่นเช้าแปลงฟันล้างหน้า อาบน้ำแล้วมาแต่งตัว
กินอาหารของดีมีทั่ว หนูเตรียมตัวจะไปโรงเรียน
สวัสดีคุณแม่คุณพ่อ ไม่รีรอรีบไปโรงเรียน
                                


ทักษะ

*ทำแบบทดสอบก่อนเรียน*
*ตอบคำถาม ในเนื้อหาที่เรียน*
*ระดมความคิด* 
*ทำกิจกรรมเปรียบเทียบเวลา*
   สามารถเช็คชื่อนักเรียนที่มาเรียนได้ แล้วนำมาสอนให้สอดคล้องกับคณิตศาสตร์ ในเรื่องการนับ เวลา ได้อีกด้วย
*การร้องเพลง*


วิธีการสอน

-ใช้การบรรยายประกอบ Power point
-ใช้คำถามในการสอน
-มีการระดมความคิดร่วมกับนักศึกษา
-การแนะนำ
-การร้องเพลง



การประเมิน

*ห้องเรียน*
   อุปกรณ์ในห้องสะดวกต่อการใช้งาน 

*ตัวเอง*
   มาเรียนตรงต่อเวลา แต่งกายสุภาพเรียบร้อย พูดจาสุภาพ ต้องใจฟัง มีส่วนร่วมในการตอบคำถามที่อาจารย์ถาม  เข้าใจในเนื้อหา สามารถอธิบายและตอบอาจารย์ได้ 

*เพื่อนในห้องเรียน*
  เพื่อนมีส่วนร่วมในการตอบคำถามและวิเคราะห์คำตอบช่วยกันเป็นอย่างดี แต่เพื่อนที่นำเสนอ โทรทัศน์ครู เวลาออกมาพูด พูดไม่ค่อยชัดเจน สักเท่าไร

*อาจารย์ผู้สอน*
  เข้าสอนตรงต่อเวลา แต่งกายสุภาพ พูดจาไพเราะ ยิ้มแย้มแจ่มใส สร้างบรรยากาศในห้องเรียนให้น่าเรียนด้วยเสียงหัวเราะ ให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการเรียน เช่น การตอบคำถาม และเมื่ออาจารย์สอน จะยกตัวอย่างที่ทำให้นักศึกษาเข้าใจง่ายในเรื่องที่เรียน 


วันอังคารที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2558

สรุป งานวิจัย



ชื่อวิจัย: ผลการใช้สื่อการเรียนรู้ในท้องถิ่นเพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ด้านการจัดประเภทของเด็กปฐมวัย
ชื่อผู้วิจัย:นางสาวนภาพร ละดาห์
มหาวิยาลัย:เกษตรศาสตร์
ปี พ.ศ.:2552


          จากผลการวิจัยเรื่อง  ผลการใช้สื่อการเรียนรู้ในท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ด้านการจัดประเภท ซึ่งมีประชากร คือนักเรียนปฐมวัยอายุ 5-6 ปี อนุบาลปีที่ 2 
โรงเรียนชุมชนบ้านเจียด จังหวัด อุบลราชธานี จำนวน 26 คน 
          ซึ่งมีการทดสอบทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ด้านการจัดประเภท ก่อนเรียนและหลังเรียน 
         โดยมีกิจกรรมการเรียนรู้จากสื่อการเรียนรู้ในท้องถิ่น 24 กิจกรรม ใน4 เรื่อง  1.รูปทรงเรขาคณิต 2.ประเภทตามขนาด 3.ประเภทตามชนิด 4.ประเภทตามสี อย่างละ 6 กิจกรรม
และแบบทดสอบ 20 ข้อ ใน 4 เรื่องที่กล่าวมา เรื่องละ 5 ข้อ 
          ระเวลา คือ 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน คือ จันทร์ พุธ ศุกร์ วันละ 40 นาที
สื่อการเรียนรู้ในท้องถิ่นที่ใช้ คือ ไม้สัก ไม้ประดู่ กระบอกไม้ไผ่ และกะลามะพร้าว เป็นต้น 
ส่วนกิจกรรมก็จะสอดคล้องกับเนื้อหา ทั้ง 4เรื่อง
          ผลการวิจัยในเรื่องนี้พบว่า เด็กทีได้รับการจัดกิจกรรม โดยการใช้สื่อในท้องถิ่น มีคะแนนทักษะพื้นฐาน ด้านการจัดประเภท หลังการทดสอบได้ดีกว่าก่อนทดสอบ


สรุป โทรทัศน์



เรื่อง การใช้หุ่นมือ- Early years
ที่มา: โทรทัศน์ครู 
สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษากระทรวงศึกษาธิการ

การที่จะใช้หุ่นมือสอนเกับเด็ก ผู้สอนจะต้องให้เด็กได้คุ้นเคยกับหุ่นมือก่อน เพื่อไม่ให้เด็กเกิดการกลัว ซึ่งโรงเรียนเซ็นจอนต์ เป็นโรงเรียนที่อยู่ต่างประเทศ ได้นำเอาหุ่นมือมาสอนเกี่ยวกับความรู้ทางคณิตศาสตร์ให้กับเด็ก ในเรื่องของการนับตัวเลข เด็กจะเป็นผู้ควบคุมตัวหุ่นเอง ครูผุ้สอนจะให้เด็กได้สวมถุงมือหุ่นแล้วตอบในสิ่งที่ครูผู้สอนถาม เกี่ยวกับร่างกายบ้าง ว่าตาของตุ๊กตาหุ่นมีกี่ดวง หรือการถามตัวเลขเด็กแต่ให้เด็กเป็นตัวหุ่น ซึ่งหุ่นจะเป็นสื่อในการตอบของเด็ก เด็กจะกล้าตอบและแสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที ในการเรียนคณิตศาสตร์